เซ็กซ์เรื่องใกล้ตัว! รู้ทันโรค... ป้องกันไว้ก่อน
บทความสุขภาพ
10 ก.พ. 2569
ครั้ง
เซ็กซ์เรื่องใกล้ตัว! รู้ทันโรค... ป้องกันไว้ก่อน
เรื่องบนเตียง ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความพึงพอใจหรืออารมณ์ชั่ววูบ แต่มันคือส่วนหนึ่งของสุขภาพองค์รวมที่ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้การกินอาหารหรือการออกกำลังกาย ในยุคปัจจุบันที่ทัศนคติเรื่องเพศเปิดกว้างขึ้น แต่ตัวเลขผู้ติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) กลับพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ การ "รู้ทัน" จึงไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นทักษะชีวิตที่จำเป็นที่จะช่วยให้คุณมีความสุขได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงที่อาจเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล วันนี้เราจะมาคุยกันแบบเปิดใจถึงวิธีป้องกันและดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากภัยเงียบที่มากับเซ็กซ์
ทำไมเราถึงต้องมองว่า "สุขภาพทางเพศ" เป็นเรื่องใกล้ตัวที่รอไม่ได้?
- โรคหลายอย่าง "ไม่มีอาการ" : โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลายชนิด เช่น ซิฟิลิส หนองใน หรือแม้แต่ HIV ในระยะแรก มักไม่แสดงอาการทางร่างกายที่ชัดเจน ทำให้ผู้ที่มีเชื้อแพร่กระจายต่อไปโดยไม่รู้ตัว
- ผลกระทบระยะยาวที่คาดไม่ถึง : หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา โรคเหล่านี้อาจนำไปสู่ภาวะมีบุตรยาก การอักเสบในอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง หรือแม้แต่การเกิดมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งปากมดลูกหรือมะเร็งทวารหนักจากเชื้อ HPV
- สถิติการระบาดที่เพิ่มขึ้น : ปัจจุบันโรคอย่างซิฟิลิสและหนองในกลับมาระบาดหนักอีกครั้ง การไว้วางใจคู่นอนเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีการป้องกันทางกายภาพจึงมีความเสี่ยงสูงกว่าที่เคย
"ภัยเงียบ" ที่มากับเซ็กซ์มีอะไรบ้าง และเราจะสังเกตความผิดปกติได้อย่างไร?
- HPV (Human Papillomavirus) : ตัวการหลักของหูดหงอนไก่และมะเร็งปากมดลูก เชื้อนี้ติดต่อง่ายผ่านการสัมผัสผิวหนังต่อผิวหนัง ไม่จำเป็นต้องมีการสอดใส่เสมอไป
- ซิฟิลิส (Syphilis) : เริ่มจากแผลริมแข็งที่ไม่เจ็บ ซึ่งมักจะหายไปเองทำให้คนตายใจ แต่เชื้อจะยังอยู่ในกระแสเลือดและทำลายระบบประสาทหรือหัวใจในระยะยาว
- หนองในแท้/หนองในเทียม : สังเกตได้จากการมีระคายเคืองขณะปัสสาวะ หรือมีตกขาว/หนองผิดปกติออกมาจากอวัยวะเพศ
- HIV และไวรัสตับอักเสบบี/ซี : ติดต่อผ่านสารคัดหลั่งและเลือด ซึ่งส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันและตับโดยตรงหากไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

กลยุทธ์ "เกราะคุ้มกัน 3 ชั้น" เพื่อการมีเซ็กซ์ที่ปลอดภัยที่สุดทำได้อย่างไร?
- ชั้นที่ 1 : การป้องกันทางกายภาพ (ถุงยางอนามัย) : คือวิธีเดียวที่ป้องกันได้ทั้งการตั้งครรภ์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เกือบทุกชนิด ต้องเลือกขนาดที่พอดีและใช้ทุกครั้งที่มีกิจกรรม
- ชั้นที่ 2 : การป้องกันด้วยยาและวัคซีน (PrEP & Vaccine) : PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis): ยาทานป้องกันเชื้อ HIV สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยง หรือ วัคซีน HP สามารถฉีดได้ทุกเพศเพื่อป้องกันมะเร็งและหูด ซึ่งควรฉีดให้ครบโดสตามแพทย์สั่ง
- ชั้นที่ 3 : การสื่อสารและการตรวจเช็ก : การคุยกับคู่นอนเรื่องความปลอดภัยอย่างตรงไปตรงมา และการจูงมือกันไปตรวจเลือดสม่ำเสมอคือการแสดงความรับผิดชอบและความรักที่แท้จริง

หากพลาดไปแล้วหรือมีความเสี่ยงเกิดขึ้น ควรรับมืออย่างไรให้ทันท่วงที?
- ยา PEP (Post-Exposure Prophylaxis) : หากเกิดอุบัติเหตุถุงยางแตก หรือมีความเสี่ยงภายใน 72 ชั่วโมง ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อรับยา PEP ทันทีเพื่อยับยั้งการติดเชื้อ HIV
- การตรวจคัดกรอง (Screening) : อย่ารอให้มีอาการ หากคุณมีพฤติกรรมเสี่ยง ควรรับการตรวจอย่างน้อยทุก 3-6 เดือน ปัจจุบันมีสถานพยาบาลและคลินิกนิรนามที่รักษาความลับและให้บริการที่เป็นมิตรมากมาย
- แจ้งคู่นอน : หากตรวจพบว่าติดเชื้อ สิ่งที่ควรทำคือการแจ้งคู่นอนเพื่อให้เขาได้รับตรวจและรักษาไปพร้อมกัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำไปซ้ำมา (Ping-pong infection)


ติดตาม โซเชียลเน็ตเวิร์ก ของเรา