เช็กด่วน! อาการที่เป็นอยู่ ภูมิแพ้ หรือ ไข้หวัด?
บทความสุขภาพ
เช็กด่วน! อาการที่เป็นอยู่ ภูมิแพ้ หรือ ไข้หวัด?
ในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว หรือในช่วงที่มีฝุ่นละออง PM2.5 สะสม หลายคนมักมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล และจามติดต่อกัน จนเริ่มแยกไม่ออกว่าตัวเองกำลังเป็น ไข้หวัด หรือเป็น ภูมิแพ้ กันแน่ แม้ทั้งสองโรคจะมีอาการที่ดูคล้ายคลึงกัน แต่มีสาเหตุและวิธีดูแลที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง การสังเกตอาการให้ถูกวิธีจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณรักษาอาการได้รวดเร็วและไม่เรื้อรัง
สาเหตุการเกิดของทั้งสองโรคแตกต่างกันอย่างไร?
- ภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis): เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองไวเกินไปต่อสิ่งกระตุ้นที่ไม่ใช่เชื้อโรค เช่น ฝุ่น PM2.5, ไรฝุ่น, ละอองเกสร, ขนสัตว์ หรือแม้แต่อุณหภูมิที่เปลี่ยนฉับพลัน โรคนี้ไม่ใช่โรคติดต่อ
- ไข้หวัด (Common Cold): เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจ (มีมากกว่า 200 ชนิด) โดยเชื้อสามารถแพร่กระจายผ่านการไอ จาม หรือการสัมผัสคัดหลั่งจากผู้ป่วย ถือเป็นโรคติดต่อที่พบได้บ่อยที่สุด
สังเกตอาการเด่น จุดไหนที่บอกชัดว่าเป็นภูมิแพ้หรือเป็นหวัด?
- ลักษณะของน้ำมูก: หากเป็นภูมิแพ้ น้ำมูกมักจะมีลักษณะ ใสและไหลตลอดเวลา แต่หากเป็นไข้หวัด น้ำมูกอาจจะใสในช่วงแรกและ เริ่มข้นหรือเปลี่ยนเป็นสีเหลือง/เขียว ในช่วงหลังจากนั้น
- อาการคัน: "อาการคัน" คือตัวแยกโรคที่สำคัญ หากคุณมีอาการ คันจมูก คันตา หรือคันคอ ร่วมด้วย มักจะเป็นโรคภูมิแพ้ ส่วนไข้หวัดมักไม่ค่อยมีอาการคันแต่จะมีอาการเจ็บคอแทน
- การมีไข้: ภูมิแพ้ ไม่มีทางทำให้มีไข้ หากคุณเริ่มมีไข้ต่ำ ๆ ปวดเมื่อยตามตัว หรือรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว นั่นคือสัญญาณชัดเจนของไข้หวัด
- จามต่อเนื่อง: ภูมิแพ้มักจะมาพร้อมกับการจามติด ๆ กันหลายครั้ง (จามชุดใหญ่) โดยเฉพาะเมื่อเจอสิ่งกระตุ้น ส่วนไข้หวัดจะจามเพียงประปราย
ระยะเวลาของอาการ โรคไหนหายเร็วกว่ากัน?
- ระยะเวลาของไข้หวัด: โดยปกติอาการจะดีขึ้นภายใน 7-10 วัน เมื่อร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมาจัดการกับไวรัส อาการจะหายไปอย่างสิ้นเชิง
- ระยะเวลาของภูมิแพ้: อาการจะคงอยู่ ตราบเท่าที่คุณยังสัมผัสสิ่งกระตุ้น บางคนอาจเป็นเรื้อรังนานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน โดยอาการมักจะรุนแรงในช่วงเช้ามืดหรือก่อนนอน และจะดีขึ้นเมื่อย้ายออกจากพื้นที่ที่มีสิ่งกระตุ้น
วิธีการรักษาและดูแลตัวเองเบื้องต้นให้ตรงกับโรค?
- ภูมิแพ้: หัวใจสำคัญคือ "การหลีกเลี่ยง" สิ่งกระตุ้น และใช้ยาในกลุ่มต้านฮิสตามีน (Antihistamines) หรือยาพ่นจมูกตามคำแนะนำของแพทย์/เภสัชกร การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือจะช่วยล้างสารก่อภูมิแพ้ออกได้ดีมาก
- ไข้หวัด: เน้นการ "รักษาตามอาการ" และพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายฟื้นฟู ดื่มน้ำอุ่นมาก ๆ ทานยาลดไข้หรือยาลดน้ำมูกหากจำเป็น และควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่น
ความแตกต่าง สำคัญระหว่างโรคภูมิแพ้และไข้หวัดคือ ภูมิแพ้มักจะมีอาการคันและจามชุดใหญ่โดยน้ำมูกใสและไม่มีไข้ ซึ่งอาการจะเรื้อรังตามสภาพแวดล้อม ในขณะที่ไข้หวัดเกิดจากการติดเชื้อไวรัส มักมีไข้ต่ำ ๆ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามตัว และหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์ การแยกโรคได้ถูกต้องจะช่วยให้คุณเลือกใช้ยาได้ถูกประเภท เช่น ยาแก้แพ้สำหรับภูมิแพ้ หรือการพักผ่อนและยาลดไข้สำหรับหวัด เพื่อการฟื้นฟูร่างกายที่รวดเร็วและปลอดภัยที่สุด
ติดตาม โซเชียลเน็ตเวิร์ก ของเรา