เช็กด่วน! อาการที่เป็นอยู่ ภูมิแพ้ หรือ ไข้หวัด?

บทความสุขภาพ

28 ม.ค. 2569
ครั้ง

เช็กด่วน! อาการที่เป็นอยู่ ภูมิแพ้ หรือ ไข้หวัด?
      ในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว หรือในช่วงที่มีฝุ่นละออง PM2.5 สะสม หลายคนมักมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล และจามติดต่อกัน จนเริ่มแยกไม่ออกว่าตัวเองกำลังเป็น ไข้หวัด หรือเป็น ภูมิแพ้ กันแน่ แม้ทั้งสองโรคจะมีอาการที่ดูคล้ายคลึงกัน แต่มีสาเหตุและวิธีดูแลที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง การสังเกตอาการให้ถูกวิธีจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณรักษาอาการได้รวดเร็วและไม่เรื้อรัง

สาเหตุการเกิดของทั้งสองโรคแตกต่างกันอย่างไร?

  • ภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis): เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองไวเกินไปต่อสิ่งกระตุ้นที่ไม่ใช่เชื้อโรค เช่น ฝุ่น PM2.5​, ไรฝุ่น, ละอองเกสร, ขนสัตว์ หรือแม้แต่อุณหภูมิที่เปลี่ยนฉับพลัน โรคนี้ไม่ใช่โรคติดต่อ
  • ไข้หวัด (Common Cold): เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจ (มีมากกว่า 200 ชนิด) โดยเชื้อสามารถแพร่กระจายผ่านการไอ จาม หรือการสัมผัสคัดหลั่งจากผู้ป่วย ถือเป็นโรคติดต่อที่พบได้บ่อยที่สุด

สังเกตอาการเด่น จุดไหนที่บอกชัดว่าเป็นภูมิแพ้หรือเป็นหวัด?

  • ลักษณะของน้ำมูก: หากเป็นภูมิแพ้ น้ำมูกมักจะมีลักษณะ ใสและไหลตลอดเวลา แต่หากเป็นไข้หวัด น้ำมูกอาจจะใสในช่วงแรกและ เริ่มข้นหรือเปลี่ยนเป็นสีเหลือง/เขียว ในช่วงหลังจากนั้น
  • อาการคัน: "อาการคัน" คือตัวแยกโรคที่สำคัญ หากคุณมีอาการ คันจมูก คันตา หรือคันคอ ร่วมด้วย มักจะเป็นโรคภูมิแพ้ ส่วนไข้หวัดมักไม่ค่อยมีอาการคันแต่จะมีอาการเจ็บคอแทน
  • การมีไข้: ภูมิแพ้ ไม่มีทางทำให้มีไข้ หากคุณเริ่มมีไข้ต่ำ ๆ ปวดเมื่อยตามตัว หรือรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว นั่นคือสัญญาณชัดเจนของไข้หวัด
  • จามต่อเนื่อง: ภูมิแพ้มักจะมาพร้อมกับการจามติด ๆ กันหลายครั้ง (จามชุดใหญ่) โดยเฉพาะเมื่อเจอสิ่งกระตุ้น ส่วนไข้หวัดจะจามเพียงประปราย

ระยะเวลาของอาการ โรคไหนหายเร็วกว่ากัน?

  • ระยะเวลาของไข้หวัด: โดยปกติอาการจะดีขึ้นภายใน 7-10 วัน เมื่อร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมาจัดการกับไวรัส อาการจะหายไปอย่างสิ้นเชิง
  • ระยะเวลาของภูมิแพ้: อาการจะคงอยู่ ตราบเท่าที่คุณยังสัมผัสสิ่งกระตุ้น บางคนอาจเป็นเรื้อรังนานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน โดยอาการมักจะรุนแรงในช่วงเช้ามืดหรือก่อนนอน และจะดีขึ้นเมื่อย้ายออกจากพื้นที่ที่มีสิ่งกระตุ้น

วิธีการรักษาและดูแลตัวเองเบื้องต้นให้ตรงกับโรค?

  • ภูมิแพ้: หัวใจสำคัญคือ "การหลีกเลี่ยง" สิ่งกระตุ้น และใช้ยาในกลุ่มต้านฮิสตามีน (Antihistamines) หรือยาพ่นจมูกตามคำแนะนำของแพทย์/เภสัชกร การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือจะช่วยล้างสารก่อภูมิแพ้ออกได้ดีมาก
  • ไข้หวัด: เน้นการ "รักษาตามอาการ" และพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายฟื้นฟู ดื่มน้ำอุ่นมาก ๆ ทานยาลดไข้หรือยาลดน้ำมูกหากจำเป็น และควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่น

      ความแตกต่าง สำคัญระหว่างโรคภูมิแพ้และไข้หวัดคือ ภูมิแพ้มักจะมีอาการคันและจามชุดใหญ่โดยน้ำมูกใสและไม่มีไข้ ซึ่งอาการจะเรื้อรังตามสภาพแวดล้อม ในขณะที่ไข้หวัดเกิดจากการติดเชื้อไวรัส มักมีไข้ต่ำ ๆ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามตัว และหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์ การแยกโรคได้ถูกต้องจะช่วยให้คุณเลือกใช้ยาได้ถูกประเภท เช่น ยาแก้แพ้สำหรับภูมิแพ้ หรือการพักผ่อนและยาลดไข้สำหรับหวัด เพื่อการฟื้นฟูร่างกายที่รวดเร็วและปลอดภัยที่สุด
เช็กด่วนอาการที่เป็นอยู่.png

ติดตาม โซเชียลเน็ตเวิร์ก ของเรา

iConsFacebook.png iConsInstagram.png iConsLine.png iConsX.png iConsYouTube.png iConsTikTok.png