รู้หรือไม่? แค่จูบปากเสี่ยงติดโรคอะไรได้บ้าง
บทความสุขภาพ
22 พ.ค. 2569
ครั้ง
รู้หรือไม่? แค่จูบปากเสี่ยงติดโรคอะไรได้บ้าง
การจูบ คือการแสดงความรักที่ลึกซึ้ง แต่ในมุมของสุขภาพ "น้ำลาย" และการสัมผัสเยื่อบุช่องปากอย่างใกล้ชิด เป็นช่องทางหลักในการแพร่กระจายของเชื้อโรคหลายชนิด ทั้งไวรัสและแบคทีเรีย มาดูกันว่ามีโรคอะไรบ้างที่อาจแฝงมากับการสัมผัสที่ดูเหมือนจะปลอดภัยนี้
โรคไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B)
แม้เชื้อนี้จะพบมากในเลือด แต่ในน้ำลายของผู้ติดเชื้อก็มีเชื้อไวรัสอยู่เช่นกัน
- ความเสี่ยง : หากในช่องปากมีแผลเล็กๆ หรือมีการอักเสบของเหงือก เชื้อไวรัสอาจเข้าสู่กระแสเลือดผ่านการจูบแบบลึกซึ้งได้ (Deep Kiss)
- การป้องกัน : วิธีที่ชัวร์ที่สุดคือการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีให้ครบโดส
นี่คือ "โรคยอดฮิต" ที่ติดกันได้ง่ายที่สุดผ่านการจูบ
- อาการ : มักเกิดเป็นตุ่มน้ำใสๆ บริเวณริมฝีปากหรือในปาก
- ข้อควรระวัง : เชื้อไวรัสเริมสามารถส่งต่อได้แม้ในขณะที่ผู้ติดเชื้อจะไม่มีอาการแสดงชัดเจน แต่ช่วงที่มีตุ่มน้ำจะมีความเข้มข้นของเชื้อสูงที่สุด
มีชื่อเล่นว่า "Kissing Disease" เกิดจากเชื้อไวรัส Epstein-Barr (EBV)
- อาการ : จะมีไข้สูง เจ็บคอมาก ต่อมน้ำเหลืองโต และอ่อนเพลียอย่างรุนแรง
- การแพร่เชื้อ : ติดต่อผ่านน้ำลายโดยตรงจากการใช้ช้อนร่วมกัน หรือการจูบปาก
แม้จะเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลักๆ แต่ซิฟิลิสในระยะแรกอาจทำให้เกิดแผลในช่องปากได้
- ความเสี่ยง : หากมีการจูบและสัมผัสกับแผลซิฟิลิสโดยตรง เชื้อแบคทีเรียสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านเยื่อบุที่อ่อนนุ่มได้ทันที
เชื้อ HPV บางสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดหูดหรือมะเร็ง สามารถพบได้ในช่องปากและลำคอ
- ความเสี่ยง : การจูบแบบลึกซึ้งอาจนำไปสู่การติดเชื้อ HPV ในช่องปาก ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งช่องปากและลำคอในระยะยาว
- สังเกตสัญญาณเตือน : หากคู่ของคุณมีแผลในปาก ตุ่มใส หรือมีอาการเจ็บคอ ควรเลี่ยงการจูบจนกว่าจะหายดี
- รักษาความสะอาดในช่องปาก : สุขภาพเหงือกและฟันที่แข็งแรงจะลดโอกาสการเกิดแผล ซึ่งเป็นทางเข้าของเชื้อโรค
- วัคซีนช่วยได้ : การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี และวัคซีน HPV ช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อสายพันธุ์อันตรายได้มาก

ติดตาม โซเชียลเน็ตเวิร์ก ของเรา